พาเที่ยว Soneva Kiri เกาะกูดความประทับใจที่ไม่มีวันลืม
เผยแพร่เมื่อกรกฎาคม 2555
เกาะกูดได้ชื่อว่าเป็นหาดทรายขาวทะเลยสวยอยู่แล้ว คนรักทะเลอย่างเราไม่พลาดแน่นอนที่จะไปเยี่ยมชมความสวยงาม และถือโอกาสพักผ่อนไปด้วยค่ะ ทริปนี้เป็นทริปพิเศษจริงๆค่ะ เราจะไปพักรีสอร์ทหรูและการบริการที่พิเศษสุดๆกันค่ะ
ตั้งใจว่าจะไปพักที่นี่มานานแล้ว ถึงกับรีสอร์ทในฝันที่อยู่ใน list ของเราเลยล่ะค่ะ ที่นี่ชื่อ Soneva Kiri Koh Kood ซึ่งเป็น Top Brand ของรีสอร์ทในเครือ Six Senses ที่นี่เป็นรีสอร์ทระดับหกดาว ตั้งอยู่บนเกาะกูด จุดเด่นของที่นี่คืออยู่ท่ามกลางธรรมชาติของเกาะกูด อยู่ท่ามกลางต้นไม้และธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน และยังมีสนามบินเป็นของตัวเองอีกด้วยค่ะ
ทริปนี้เราเดินทางด้วยเครื่องบินค่ะ สามารถมาขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิได้เลย เป็นเครื่องแบบ Cessna Grand Caravan แบบ 8 ที่นั่ง และสามารถใช้บริการของ lounge การบินไทยได้อีกด้วยค่ะ พอไปถึงจะมาเจ้าหน้าที่มาต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้เราเป็นอย่างดีค่ะ
มาชมเครื่องบินสักหน่อยค่ะ 8 ที่นั่ง แต่ด้านในที่นั่งเบาะใหญ่และนั่งสบายมากๆเลยค่ะ สังเกตดูถังขยะบนเครื่องนะคะ ยังเป็นตระกร้าหวายเลย สื่อถึงความเป็นมิตรกับธรรมชาติใส่ใจกับ รายละเอียดเพียงเล็กน้อยได้เป็นอย่างดี และยังมีแผนที่ทั้งหมดของรีสอร์ทให้เราศึกษากันก่อนด้วยค่ะ เครื่องบินเล็กนี้จะบินตรงไปยังเกาะกูดวันละ 3 ไฟล์ท/วัน เราเดินทางไฟล์ท 7.30 น. ค่ะ พอเครื่องขึ้นก็ชมวิวจนเพลินค่ะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นเองค่ะ
พอลงจากเครื่องปุ๊ปจะมีรถ buggy มารับเราไปยังท่าเรือเกาะไม้ซี้ค่ะเพื่อต่อเรือไปรีสอร์ท ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็ถึงค่ะ เรือของเค้าสามารถปิดหลังคาได้ด้วยนะคะถ้าฝนตก เราแอบถามราคามาค่ะ แอบกระซิบว่ามากกว่า 10 ล้านบาทอีก
พอถึงรีสอร์ทมีเจ้าหน้าที่ออกมาคอยต้อนรับนะคะ ที่นี่มี Concept คือ No News No Shoes แต่ถ้าลูกค้าไม่สะดวกเดินเท้าเปล่าก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่พนักงานของเค้าจะเดินเท้าเปล่าทั้งหมดเลยหล่ะค่ะ และจะมี Butler มาคอยดูแลเรา ที่นี่เค้าจะเรียกว่า Mr./Ms. Friday ค่ะ ที่นี่พอมาถึงเค้าจะให้เราปรัปเวลาเพิ่มขึ้น 1 ชม.ค่ะ เพราะต้องการให้ลูกค้าได้ใช้เวลาพักผ่อนให้ได้มากที่ลุด เช่นห้องอาหารเปิดแปดโมงเช้า แต่เวลาจริงคือเจ็ดโมงเช้าค่ะ เวลาทุกอย่างในเมนูจะเป้นเวลาเกาะค่ะ อย่าจำผิดกันนะคะ
ทางเข้าที่จะเดินไปด้านในของรีสอร์ทคจะเป็นเหมือนศาลาสะพานทอดยาวเข้าไปใน Main ของตัวรีสอร์ทค่ะ ออกแบบได้อย่างสวยงามจริงๆ พอเข้ามาถึงด้านในจะเรียนว่าเป็น Main Facilities ค่ะ จะมี Library, Gift Shop, Bar, ห้องอาหารเช้า พื้นไม้ของส่วนนี้ จะเล่นระดับสวยงามดูแปลกตาดีค่ะ ตรงส่วนนี้จะมีที่นั่งรับรองที่ออกแบบไว้อย่างสวยงามและลงตัวทีเดียว
ห้องน้ำอยู่ในส่วนของ Main Facilities ค่ะ มีที่พักให้นั่งรอก่อนที่จะเข้าห้องน้ำ และอ่างล้างมือก็ออกแบบได้อย่างสวยงามและเป็นมิตรกับธรรมชาติด้วยค่ะ
ตรงนี้จะเป็นสระว่ายน้ำในส่วนของ Main Facilities ค่ะ จะมีโต๊ะไว้สำหรับทานอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการอีกด้วย มองออกไปก็เห็นทั้งวิวทะเล ต้นไม้ ภูเขาอีกด้วยค่ะ แต่แขกที่มาพักไม่ค่อยได้เล่นน้ำตรงส่วนนี้กันเท่าไหร่ค่ะ เพราะห้องพักทุกห้องก็มีสระว่ายน้ำส่วนตัวอยู่แล้ว พอออกจาก Main Facilities Mr.Friday ก็พาเราไปชมห้องพักค่ะ พักที่นี่เราต้องเดินทางด้วยรถ buggy เค้าจะให้รถเราใช้ตลอดทริป เนื่องจากแต่ละที่ไกลกันพอสมควร
ที่เราพักเป็นบ้าน 2 หลังค่ะ ภายในบ้านก็จะมีศาลานั่งเล่น สระว่ายน้ำ ห้องนอน และห้องน้ำ (ห้องน้ำที่นี่กว้างมากๆค่ะ) จากหน้าบ้านเราก็สามารถมองออกไปเห็นวิวทะเล วิวภูเขาได้อย่างชัดเจน
ภายในห้องนอนค่ะ ที่วางทีวีก็ออกแบบได้อย่างไม่เหมือนใครเลยค่ะ (แต่ไม่มีช่องทีวีให้ดูนะคะดูได้แต่ DVD เพราะต้องการให้ลูกค้าตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกค่ะ)
อย่างที่บอกค่ะห้องน้ำที่นี่ใหญ่มากๆค่ะ มีทั้งอ่างจากุซซี่, อาบแบบ open air, อาบแบบ in room มีเตียงไว้สำหรับนวด และห้องอาบน้ำห้องล้างหน้าจะแยกส่วนกันค่ะ อ่างล้างหน้ามี 2 อ่างติดกันค่ะ ออกแบบเป็นเหมือนตู้เลยค่ะ สวยดี ห้องน้ำกว้างมากค่ะ ประมาณตึกแถวสองห้อง นอนสัก 5 คนมั้งอิอิ
ความพิเศษของที่นี่ทาง House Keeper จะมีเอกสารหน้าตาแบบนี้ไว้ให้แขกค่ะคุณสามารถระบุความต้องการตามที่แจ้งในเอกสารได้เลยค่ะ เช่น ผ้าห่มต้องการแบบไหน เป็น Microfibre duvet หรือ Silk duvet หรือต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น ผ้าปิดตา,ที่ปิดหู,นาฬิกาปลุก,ผลไม้,มีดปอกผลไม้,กรรไกรตัดเล็บ และครีมอาบน้ำ,ยาสระผมคุณก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการกลิ่นแบบไหน แม้กระทั่งหมอนคุณก็เลือกได้ว่าต้องการหมอนแบบไหนมีทั้ง Body Pillow,Butterfly Pillow, Water Pillow, Snore Reduction Pillow มีให้เลือกเยอะมากจนเลือกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ สามารถเลือกเครื่องหอมที่ใส่ในหมอนได้ด้วยนะคะมีทั้งกลิ่น Rose, Lavender, Cedarwood และแชมพูหรือครีมอาบน้ำคุณก็ยังสามารถเลือกได้ว่าต้องการกลิ่นไหนเช่น Lemongress, PepermintFragrance free,Rosemary bath saltsตรงนี้เราว่าพิเศษมากๆค่ะ สื่อถึงว่าเค้าใส่ใจรายละเอียดมากๆ และต้องการดูแลแขกให้ได้รับความพึงพอใจอย่างที่สุด
ต่อไปจะพาไปชมบริเวณรอบๆของรีสอร์ทกันนะคะ ส่วนนี้จะเป็นห้องอาหารค่ะ อยู่ติดทะเลเลยค่ะ ทานข้าวบนหาดทรายละเอียดสีขาวพร้อมกับชมวิวทะเลไปพร้อมกัน
อาหารมื้อแรกของเราที่นี่ค่ะ จะสั่งหรือทานอะไรก็ได้เลยนะคะ เพราะราคาห้องรวมกับค่าอาหารทั้งหมดแล้ว อาหารทะเลจะสดมากๆ และรสชาติดีทีเดียวค่ะ
ความพิเศษอีกอย่างค่ะ เราสั่งน้ำชาดำเย็น และโอเลี้ยงไป น้ำแข็งที่เค้าเสิร์ฟเค้านำน้ำแข็งที่ทำจากน้ำที่เราสั่งนำไปฟรีซเพื่อให้เป็นน้ำแข็งแล้วจึงเสิร์ฟคู่กัน รายละเอียดเล็กน้อยเค้าก็สามารถนำมาทำให้เป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับแขกได้ค่ะ
อาหารที่นี่มีให้เลือกหลากหลายมากค่ะ แยม, ขนมปัง, ช็อคโกแล๊ต, ไอศกรีม ที่นี่เป็น Home made ทั้งหมดค่ะ เช่นในภาพจะเป็นแยมหลากรส เช่นแยมสัปปะรด,แยมมะละกอ,แยมเสาวรส และขนมปังก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งมัฟฟิน, ครัวซอง ฯลฯ
และจะมีโซนไอศกรีมค่ะชื่อ Ever Soneva So Chilled ตรงนี้ Home made ทั้งหมดเช่นกัน มีให้เลือกถึง 60 รสเลยค่ะเราสามารถจะมาทานตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้เลยล่ะค่ะ
เดินออกมาอีกนิดจะเจอหอดูดาวค่ะ วันที่ไปมีจันทรุปราคาพอดีค่ะ ตกใจกับกล้องส่องของเค้ามาก ใหญ่มากๆ เป็นกล้องแบบมืออาชีพเลย สามารถซูมเห็นดวงจันทร์ได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ ใต้ห้องดูดาวจะมีชีส แฮม ขนมปัง ทานได้ไม่อั้นในช่วงเช้าด้วยค่ะ
โซนนี้เค้าจะทำไว้สำหรับฉายหนังตอนกลางคืนค่ะ มีที่นั่งดูด้วยค่ะ ตรงนี้พิเศษตรงที่ว่า ถ้าคุณต้องการดูเรื่องไหนเป็นพิเศษ เค้าก็สามารถจัดให้แขกคนพิเศษอย่างคุณได้ด้วยล่ะค่ะ หรือถ้าคุณแจ้งก่อนล่วงหน้าว่าต้องดูพิเศษกับคนรู้ใจ เค้าก็สามารถปิด Theatre ให้คุณโดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ
มีมุมพิเศษอีกแล้วล่ะค่ะ เป็นมุมทานข้าวที่อยู่บนต้นไม้ค่ะ คุณสามารถนั่งทานด้วนบนและเห็นวิวมุมสูงค่ะ และพิเศษตรงที่ถ้าคุณสั่งอาหาร พนักงานเค้าจะเสริ์ฟโดยที่โหนสลิงมาเสิร์ฟแบบทาร์ซานเลยล่ะค่ะ ค่าเสียหายตรงนี้อยู่ที่ 10,400 / 2 ท่าน ท่านที่ 3 เพิ่ม 3,000 บาท ตรงนี้นอกเหนือจากแพ็คเกจนะคะ เวลากินคงได้รู้สึกถึงความเป็นทาร์ซาน ฮ่าๆๆๆๆ
อาหารเย็นของเราวันนี้ก็เป็นบุฟเฟต์ค่ะ ซีฟู๊ดยกมาทั้งทะเลเลยค่ะ อาหารสดมากๆ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลามีให้เลือกเยอะมากๆค่ะ
สำหรับการมาพักที่นี่ก็ประทับใจมากๆค่ะ อาหารที่นี่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ในรีสอร์ทมีทั่งห้องไอศกรีมและช็อคโกแล๊ตไว้ให้ทานฟรีตลอดวัน และจัดรถ buggy เพื่ออำนวยความให้กับลูกค้า ห้องพักก็ออกแบบได้อย่างสวยงามดูสบายตา กว้างขวาง และมีสระว่ายน้ำส่วนตัวอีกด้วย ที่ยอดเยี่ยมมากคือการบริการ พนักงานทุกท่านบริการเป็นอย่างดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้วันผักผ่อนของเราก็เป็นวันพิเศษอีกหนึ่งวันเลยล่ะค่ะ จากรายละเอียดที่ได้พูดคุยกับพนักงานของ Soneva ก็ทราบว่าที่นี่มีพื้นที่กว่า 400 ไร่ มีพนักงานประมาณ 350 คน แต่มีที่พักเพียง 35 หลัง แล้วมันจะไม่ Exclusive ได้ยังไงล่ะคะติดตามสถานที่ Exclusive ที่ต่อไปรับรอง Amazing และตื่นตาตื่นใจอีกแน่นอนค่ะ
ที่มา: หน้านี้กู้คืนจากสำเนาเว็บไซต์เดิมใน Internet Archive (8 สิงหาคม 2559)
