โทร 02 294 5857

หน้าแรก › ทริปการท่องเที่ยว › บันทึกการเดินทาง › บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวรีวิว สะพานมอญ อ.สังขละบุรี…

บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวรีวิว สะพานมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

เผยแพร่เมื่อตุลาคม 2555

บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวรีวิว สะพานมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
บันทึกการเดินทางการท่องเที่ยวรีวิว อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เริ่มจากวันแรกนัดรวมพลสมาชิก 10 คน
ที่บั้มน้ำมันบางจากพระราม 2 เวลาตี 5 โดยทริปนี้จัดได้ว่าเป็นทริปทำบุญบวกกับการท่องเที่ยวไปในตัว
เรียกได้ว่า ได้ทั้งบุญได้ทั้งเที่ยว ฮิ้ววๆ .. เท่านี้ยังไม่พอ พวกเราทั้งสิบคนยังโชคดีเรื่องการเดินทาง
เพราะมีผู้ใหญ่ใจดีออกค่าเช่ารถตู้ให้สำหรับเดินทางไปทำบุญครั้งนี้ ที่เหลือก็ออกค่าน้ำมัน ค่าที่พัก
ค่าเที่ยวเอง (ขอขอบคุณอีกครั้งคร๊าบ)

บันทึกการเดินทาง สังขละบุรี วันที่ 1
การท่องเที่ยวทริปรีวิว สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 2 วันนี้ถือได้ว่าประหยัด แล้วพวกเรายังได้หัวหน้าทริปดีๆ
(น้องเมย์) ที่คอยประสานงานเกี่ยวกับงานบุญในครั้งนี้ แล้วทริปการท่องเที่ยววันแรก ของพวกเราสิบคน
ก็เริ่มขึ้น เริ่มจากออกรถกันตอนตี 5 กว่าๆ วิ่งรถผ่าน จ.นครปฐม จนไปถึงตัวเมืองตลาดทองผาภูมิ เวลา
ประมาณ 10.30 น. จึงรีบแวะซื้ออาหาร และผลไม้ สำหรับเตรียมถวายเพลตอนเที่ยง ที่วัดภาวนาพุธโธ-พุเย
อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พอเราไปถึง ก็จอดรถตู้รอไว้ที่ทางเข้า (เอ่อ...แล้วจะจอดทำไมละเนี่ย ไม่ขับ
เข้าไปเองล่ะ ... งงกันล่ะซิ อ่านต่อไปน้อ) จากนั้นจะมีทหารเอารถกระบะล้อใหญ่ๆ มารับข้าวของที่พวกเรา
นำมาบริจาค และพาพวกเรานั่งรถตะลุยเข้าไปที่วัด

เมื่อพวกเราเห็นเส้นทางของถนนที่เป็นทั้งดินเปียก ดินแฉะบวกกับจุดหลุมหินที่เป็นแอ่งๆ ตามเส้นทาง
ของถนน... พวกเราก็บางอ้อ..เข้าใจได้ทันที

แม้ว่าทางเข้าจะลำบากไปหน่อย แต่ก็คุ้ม ที่บอกว่าคุ้มนี่ ก็เพราะว่าพวกเราก็ได้สัมผัสกับกลิ่นของธรรมชาติ
กลิ่นของหุบเขา ได้ยินเสียงของสายน้ำ เสียงของป่า เสียงของน้ำตก เสียงของนก อากาศช่างเย็นชื่นใจ ^^
พอถึงวัด พวกเราก็รีบจัดแจงกับข้าวและผลไม้ที่ซื้อมาเตรียมถวายเพลทันที เมื่อเสร็จจากงานบุญแล้ว
พวกเราก็ไปชมน้ำตก 7 ชั้น จากคำแนะนำของหลวงพ่อ โดยมีเณรซูชิเป็นไกด์นำเที่ยวพาชม

กลับมาจากน้ำตก ก็มาถวายเงินอันเป็นปัจจัยของทุกคนที่ส่งมอบกันมาจากหลายๆ ที่ มอบให้กับ "แม่ชี"
แม่ผู้ประเสริฐของมูลนิธิธรรมานุรักษ์ ทำให้พวกเราสิบคนอิ่มเอมไปกับบุญเต็มๆ ที่วัดภาวนาพุธโธ-พุเย
อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

เสร็จสิ้นงานบุญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางไปหาที่พัก ที่สังขละบุรีกัน
เป็นอันจบทริปวันแรกของพวกเรา

บันทึกการเดินทาง สังขละบุรี สะพานมอญ วันที่ 2
บันทึกการเดินทางการท่องเที่ยวรีวิวในวันที่สองนี้ พวกเราวางแผนกันตั้งแต่เมื่อวานว่า ตอนเช้าออกจาก
ที่พักตอน 6 โมงเช้า เพื่อจะไปใส่บาตรทำบุญพร้อมชาวบ้านคนไทยเชื้อสายมอญขนานแท้ แต่แล้วก็ต้อง
ผิดหวังกันไป.. ไม่ใช่เพราะว่าตื่นสายแต่อย่างใด แต่สายเพราะน้ำในที่พักโรงแรมซองกาเรียที่เราไปพักนี่ซิ..
ดันน้ำไม่ไหล ทำให้ไม่สามารถอาบน้ำได้ กำหนดหนดการของพวกเราจีงเลื่อนกันออกไป

แล้วกว่าพวกเราจะได้ออกจากที่พัก ก็ประมาณเกือบ 7 โมงเช้าแล้วมั้ง พวกเราจึงรีบขึ้นรถตู้ดิ่งตรงไปที่
สะพานมอญทันที แต่ก็เจออุปสรรคเข้าจนได้ นั่นคือ เส้นทางบนถนนที่เราจะผ่านไปนั้น มีชาวบ้านมานั่ง
รอใส่บาตรขวางถนนกันแล้ว ทำให้พวกเราต้องลงเดินกันไปเอง แล้วก็ได้พบกับภาพประทับใจของหมู่บ้าน
คนไทยเชื้อสายมอญ อ.สังขละบุรี เข้าจนได้

ภาพที่ประใจที่ว่านี้ก็คือ ชาวไทยเชื้อสายมอญต่างออกกันมาเข้าแถว อย่างเป็นระเบียบที่หน้าบ้าน
พร้อมกันก้มกราบลงแนบพื้นถนนอย่างนอบน้อมทั้งกาย ใจ นิมนต์พระภิกษุกับการใส่บาตรเห็นแล้วรู้สึกตื้นตัน
และศรัทธาต่อชาวไทยเชื้อสายมอญเป็นอย่างมาก

จากแผนที่ตามเส้นทางบนถนน เราก็เดินไปเรื่อยๆ จนหลงทางบ้าง แวะนู่ แวะนี่ แวะนั่นบ้าง ตามประสา
คนกรุงหลงวิถีชนพื้นเมืองนั่นเอง 555 แล้วพวกเราก็มาถึงสะพานมอญ สะพานไม้ที่ยาวที่สุด แต่พวกเรา
ก็ไม่ทันใส่บาตรที่นี่ และถึงแม้ว่าจะไม่ทันใส่บาตรช่วงเช้าที่นี่ พวกเราก็ไม่เสียใจมากนัก เพราะอย่างน้อย
พวกเราก็ยังเก็บภาพประทับใจกันเป็นหมู่คณะที่สะพานมอญกันได้ ทั้งสนุกสนานอบอุ่นกันไปอีกแบบ

หลังจากถ่ายรูปเก็บภาพกันไปเป็นที่เรียบร้อย ก็เริ่มหิวกันล่ะ ก็ต้องเริ่มหาของกินกันตามอัธยาศัย
บ้างกินโจ๊ก (กินไม่ทันหมด 555) เลยต้องกินขนมจีนน้ำยาแทน อิอิอิ แถมเจ้าของร้านขายขนมจีนยังใจดี
สาธิตการทาแป้งนาคาของคนไทยเชื้อสายมอญให้ชมกันด้วย พอกินอิ่มเป็นที่เรียบร้อย จุดหมายต่อไปของ
พวกเราก็คือ วัดวังก์วิเวการาม หลังใหม่ และ เจดีย์พุทธคยา ซึ่งสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ ก็ไม่ได้อยู่กันไกล
เกินไปนัก และล้วนมีที่มาที่ไปเกี่ยวข้องกับหลวงพ่ออุตตมะทั้งสิ้น (อันนี้ไม่ขอกล่าวละกันนะ ยังไม่รู้จริงเท่า
ที่ควร)

หลังจากเที่ยวเสร็จแล้วพวกเราก็เตรียมตัวกลับไปที่พักซองกาเรียอาบน้ำอาบท่า เตรียมตัวเดินทาง
ไปด่านเจดีย์สามองค์ต่อไป (เนื่องจากที่พักทำให้พวกเราพลาดอดใส่บาตรต้อนเช้า เค้าเลยลดค่าที่พักให้
ห้องละ 50 บาท เหลือห้องละ 450 บาท) พอถึงประมาณเวลาใกล้เที่ยงเราก็ถึงด่านเจดีย์สามองค์
แล้วก็ทำเรื่องผ่านด่านเข้าไปทั้งคนทั้งรถ จากนั้นก็ไปหาอะไรกินให้อิ่มกันหน่อย

เกือบถึงเวลาช่วงบ่าย พวกเราก็เดินทางเข้าบริเวณชายแดนพม่า แล้วดิ่งตรงไปที่วัดเสาร้อยต้น
ขึ้นเจดีย์ 220 ขั้น แล้วไปนมัสการหลวงพ่อเต๊ะ ตามลำดับ โดยมีไกด์น้องสมบูรณ์ เป็นผู้แนะนำทาง
พาพวกเราไปที่ตลาด จับจ่ายของเล็กๆ น้อยๆ กันไป จนพวกเรามาถึงร้านหมูจุ่ม ราคาไม้ละบาท
เพื่อนร่วมทริปต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า "อร่อยมาก" ปิดท้ายกับบันทึกการเดินทางสถานที่สุดท้าย
ที่พระกลางน้ำ (ไม่รู้ว่ามีประวัติยังไง แต่ไกด์สมบูรณ์แนะนำว่าสวยมาก) พวกเราก็เลยไปดูกัน
เป็นอันจบทริปนี้ จากนั้นเดินทางกลับสู่กรุงเทพสวัสดีมีชัยกันไป

ที่มา: หน้านี้กู้คืนจากสำเนาเว็บไซต์เดิมใน Internet Archive (8 สิงหาคม 2559)