พาเที่ยวสิงคโปร์ เมืองในฝันของใครหลายๆคน
เผยแพร่เมื่อตุลาคม 2556
สวัสดีค่ะ วันนี้มีทริปเก๋ๆ กับ Marina Bay Sand โรงแรมในฝันของใครหลายๆคนที่เป็น ศูนย์รวมหลายๆอย่าง ทั้งที่พัก ศูนย์การค้า ร้านอาหารจากเชฟชื่อดังหลายคน รวมถึงคาสิโน ที่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 หมดสิทธิ์น่ะคะ และที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ที่คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ คือสระว่ายน้ำกลางแจ้งบนตึกสูงที่สามารถมองเห็นวิว สิงค์โปร์ได้ 180องศานั่นไงค่ะ ทริปนี้เรามีเวลาเตรียมตัวสั้นๆ จึงใช้บริการของสายการบินสิงค์โปร์แอร์ไลน์ที่มีไฟลท์ว่างในช่วงเวลานั้นพอดี แล้ว SQ ก้อไม่ทำให้เราผิดหวังเพราะอาหารของสายการบินนี้อร่อยเหมือนเดิม ^^ เลือกใช้บริการไฟลท์ 9.30 เวลากำลังเหมาะ
ไปถึงกว่าจะเช๊คเอาท์ออกมาก็เที่ยงแล้ว ที่มาริน่าเบย์ มีรถโคชสำหรับรับส่งแขกที่มาพักบริการอยู่ทางด้านข้าง ไปส่งถึงโรงแรมเลยทีเดียว
เคาน์เตอร์เช็คอิน คนเยอะพอสมควรแต่ใช้เวลาไม่นานเราก็เช็คอินเสร็จเรียบร้อย และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการไปเที่ยวไชน่า ทาวน์ มื้อแรกของเราที่สิงค์โปร์เป็นอาหารพื้นเมืองที่ชาวไทยคงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี “ บักกุ๊ดเต๋” ร้านอร่อยใกล้ไชน่าทาวน์นั่นเอง
ชื่อร้าน Sonofa Bak Kut Teh อยู่ที่ถนน Upp Circular Rd. อร่อยแบบพื้นเมืองของสิงค์โปร์แท้ๆ ทุกโต๊ะจะมีกาต้มน้ำส่วนตัวเอาไว้อุ่นชาทานกับอาหารได้ด้วยตัวเอง ส่วนอาหารที่เราชอบมากๆ ก้อเป็นกระดูกหมูชิ้นโตๆตุ๋นมาในชามซุปร้อนๆ มีซอสหวานๆไว้ให้เราทานกันข้าวสวยร้อนๆอร่อยจัง หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้วก็เลยไปที่ China town ตามที่ตั้งใจไว้แวะไหว้พระ และเดินดูสินค้าน่ารักๆที่ถนนไชน่าทาวน์
พอแดดร่มลมเย็น ก้อนั่งรถไฟใต้ดินไปเดนเล่นที่ orchard rd ช่วงที่เราไปเป็นช่วงใกล้เทศกาลคริสต์มาส ทั้งถนนออชารต จึงประดับประดาไปด้วยต้นคริสต์มาสน้อยใหญ่ วันนี้มาเดินชิลๆก่อนไปทานข้าวที่ food court ที่ใหญ่ที่สุดในสิงค์โปร์ ชื่อว่า เหล่าปาสัก ออกเสียงตามอาม่าใจดีที่เราไปถามทางน่ะค่ะ อาหารที่นี่มีให้เลือกเยอะมาก้ออย่างที่บอกว่าเป็น food court เลยทำให้ตัดสินใจอยู่นาน เห็นอะไรก็น่ากินไปหมด วันแรก@ สิงค์โปร์ของเราก็จบลงตรงนี้ล่ะค่ะ
เช้าวันที่ 2 ก้อยังคงวนเวียนข้ามมาฝั่งพลาซาของโรงแรมมารีน่า เบย์ หาอะไรทานตามเคย สำหรับคนชอบทานขนมปังอย่างเราจึงเลือกฝากท้องไว้ที่ร้าน Toast Box ที่มีชุด Sandwich ที่อร่อยถูกใจ
วันนี้เตรียมตัวไปเที่ยวเซนโตซ่า โดยที่เลือกใช้บริการแท็กซี่จากโรงแรมไป กะจะเก็บแรงไว้เดินเล่นที่ Universal Studio ให้จุใจ พอมาถึงก็ไม่ลืมถ่ายรูปคู่กะรูปโลกสัญลักษณ์ของที่นี่ ^^ เดินเข้ามาได้นิดนึงก้อจะเจอกะตัวละครมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแฟรคเก้นสไตน มาริลีน และชารลี แชปลิน ส่วนโชว์ที่อยากให้ทุกๆคนได้ดูคงจะไม่พ้น Transfomer 4D กะ Waterworld ส่วนเครื่องเล่นที่หวาดเสียวเป็นที่สุดนั้นอยู่ที่โซน Scifi ให้เลือกเล่นฝั่ง cylon ก่อนฝั่ง Human ขอบอกว่าน่ากลัวจิงอะไรจิง ก่อนเล่นต้องนำสิ่งของมีค่าทั้งหมดไปฝากไว้ที่ล็อกเกอร์ด้านข้างด้วยน่ะคะ รหัสก็คือวัน เดือน ปี เกิดของเรานั่นเอง เพราะที่นี่ไม่อนุญาตให้นำสิ่งของใดๆติดตัวขี้นไปเลยล่ะ หลายๆสถานที่ในนี้คงจะคุ้นตานักดูหนังเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกอดแธมซิตี้ ที่แบทแมนออกปราบเหล่าร้าย หรือสฟิงค์ในเรื่องมัมมี่ รวมถึงปราสาท ฟาร์ อเวย์แห่งที่เจ้ายักษ์เขียวเชร็คเคยมาพำนักอาศัยอยู่กะหวานใจ กว่าจะเดินเล่น และดูโชว์เวลาก้อล่วงเลยมาถึงพลบค่ำ
ชั่วโมงเร่งด่วนเช่นนี้เราเลือกที่จะใช้บริการแท็กซี่อีกเช่นเคย จุดหมายเราอยู่ใกล้ๆที่พัก แต่เลยไปหน่อย Singapore Flyer สำหรับอาหารมือเย็นที่เพื่อนชาวสิงค์โปร์ของเราแนะนำ “ Seafood Paradise” สาขานี้อยู่ชั้นล่างของ สิงค์โปร์ ฟลายเออร์พอดี อาหารอร่อยของร้านอาหารสิงค์โปร์ทุกๆร้านคือ หมูทอดผัดซอสเปรี้ยวหวาน แต่ทีเด็ดของร้านนี้อยู่ที่ Poppular Chilli Crab คล้ายๆปูผัดผงกระหรี่ที่บ้านเรา แต่รสชาติไม่จัดจ้านเท่า แต่ปูตัวโตสะใจ ปลาเปรี้ยวหวาน ที่ทอดได้กรอบนอกนุ่มในเป็นที่สุด หลังจากมื้อเย็นหนักๆผ่านไป ถ้าใครยังพอเหลือที่ว่างในกระเพาะก้อให้ลองไอศกรีมด้านหน้า อร่อยเหมือนกันเลยเป็นอันปิดฉากวันที่ 2 @ Singapore ของเรา
วันที่ 3 เตรียมตัวด้วยการทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมชั้นบนใกล้ๆสระว่ายน้ำ ต่อด้วยการว่ายน้ำเบาๆยามเช้า สระว่ายน้ำที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนแม้กระทั่งในเวลาเช้าเช่นนี้
ก่อนจะออกไปช๊อปที่ Orchard Rd วันนี้เริ่มใช้บริการขนส่งมวลชนของสิงค์โปร์ โดยสารรถประจำทาง 2 ชั้นไปยังจุดหมาย เดินช๊อปที่ออชารต ใช้เวลาเกือบทั้งวันก็ยังไม่สามารถเดินได้ทั่วถึงทุกห้าง เราเน้นห้างหลักๆก่อนก็ takashiyama กะShop H&M, Abercombie เป็นหลัก ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก ไม่ทันไรก็เย็นซ่ะล่ะ เลยรีบกลับโรงแรมมานั่งพักความเมื่อยล้า ก่อนจะเดินข้ามฟากไปทานอาหารที่ร้านดัง “ Din Tai Fong” ร้านอาหารชื่อดังของสิงค์โปร์ อ้อ ตอนนี้เค้าข้ามมาเปิดสาขาที่เซนทรัล เวลิด์ประเทศไทยแล้วน่ะ ถ้าใครอยากลองไปชิมก็ใกล้นิดเดียว อาหารแนะนำคือ “ Crispy Prawn Pancake” ที่ต้องมีจานที่ 2 ตามมา แล้วที่ไม่น่าพลาดอีกจานคือ เสี่ยว หลง เปา ที่มีน้ำซุปอยู่ด้านในนั่นแหละ เป็นเมนูชื่อดังของร้านนี้เค้าเลย พอสักประมาณ 2 ทุ่มเค้าจะมีโชว์ แสง สี ริมแม่น้ำ ตรงใกล้ๆกะตึกหลุยส์ วิคตอง ถ้ามีเวลาก้อมาชมกันได้น่ะค่ะ
วันสุดท้ายที่สิงค์โปร์ มีเวลาเหลือพอจะช๊อปปิ้งที่ ฝั่งพลาซ่าของมารีน่า เบย์ส่งท้ายก่อนเดินทางกลับ เปลี่ยนมาทานอาหารเช้าเบาๆ กะร้าน High Society ซึ่งเป็นร้านค้าซีดี และมีอาหารว่างเช่น น้ำชา และเค้กอร่อยๆไว้ให้คนมานั่งจิบชาฟังเพลง พักผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการช๊อปปิ้ง
มีเวลาเดินไป shop sephora เพื่อซื้อของฝากเพื่อนๆสาวของเรา โดยเฉพาะ Naked palette ของ urban decay ที่เป็นเครื่องสำอางสุดฮิตของเพื่อนๆน่ะเอง ก่อนเดินทางกลับกะมื้อเที่ยวที่ Diatra Moderne ที่ทางมารีน่า เบย์ ภูมิใจนำเสนอ เพราะเป็นร้านของเชฟ ชื่อดัง 1 ใน 6 ตามที่โรงแรมโปรโมทนั่นเอง ร้านนี้เป็นสไตล์ฟิวชั่น ฟู๊ด ถ้าใครชอบทานเนื้อ ต้องสั่งเบอร์เกอร์ “ The original db burger “ มาทานรับรองไม่มีผิดหวัง ส่วนเราชอบ “ country duck terrine “ของร้านนี้มากๆ เลยไม่อยากให้ทุกๆคนที่มีโอกาสมาพลาดไปน่ะค่ะ ส่วนการเดินทางกลับไปสนามบินก้อเหมือนเดิมมีรถบัสไปส่งถึงเทอร์มินัลเลยล่ะค่ะ แล้วอย่าลืมติดตามทริปต่อไปกันน่ะค่ะ
ที่มา: หน้านี้กู้คืนจากสำเนาเว็บไซต์เดิมใน Internet Archive (8 สิงหาคม 2559)
