ปราสาทสวยแห่งโอกินาว่า อารยธรรมของชูริโจ
เผยแพร่เมื่อพฤษภาคม 2558
ปราสาทชูริ คืออดีตพระราชวังหลวง ศูนย์กลางการปกครองของกษัตริย์แห่งอาณาจักรริวกิวอันรุ่งเรือง
ส่วนกำแพงชั้นในนั้น โดยช่วงเชื่อมต่อระหว่างประตูหน้า (Shurei Gate) กับอาคารภายในนั้น เรายังจะได้เห็นส่วนสำคัญอื่นๆ ของปราสาทเช่น
ถึงแม้ในปัจจุบันริวกิวหรือโอกินาว่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น แต่ผู้ที่ไปเยือนเมืองนี้จะรุ้สึกได้ถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากส่วนอื่นของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ก่อนอื่นจะต้องไปชมปราสาทชูริ ที่เป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรริวกิว
ปราสาทชูริ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโอกินาว่า สร้างขึ้นในศตวรรษที่13-14 ซึ่งเป็นช่วงที่ริวกิวเจริญรุ่งเรืองในด้านการค้าและการเมือง เป็นที่ว่าการของราชสำนักริวกิวและเป็นที่พำนักของกษัตริย์ และยังเป็นสถานที่ต้อนรับฑูตจากจีนที่มาแต่งตั้งกษัตริย์ริวกิวเวลามีการเปลี่ยนแปลงรัชสมัย เนื่องจากโอกินาว่ามีภูมิประเทศเป็นเกาะปราสาทส่วนใหญ่จึงตั้งอยุ่บนเขาเพื่อที่จะได้เห็นเรือเข้าออกประเทศ ปราสาทชูริก็เช่นกันทางขึ้นสู่ตัวปราสาท มีวัดและสุสานของกษัตริย์ริวกิว เมื่อเดินขึ้นไปถึงตัวปราสาทมีกำแพงเป็นทางยาวกั้น และมีประตูหลายชั้น ประตุแต่ละชั้นมีชื่อเขียนติดอยุ่ข้างบน เช่นประตูด้านหน้าของปราสาทมีชื่อว่า คันไคมง แปลว่า ประตูต้อนรับ ที่ชื่อนี้เพราะว่าเป็นประตูต้อนรับฑูตที่มาจากจีนเวลามาแต่งตั้งกษัตริย์ริวกิว ข้างในสุดเป็นพระราชวังที่ทำการของขุนนางและแขกบ้านแขกเมือง ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา ปราสาทนี้ยังถูกใช้เป็นที่บัญชาการของกองทัพญี่ปุ่นเพื่อต่อสุ่กับฝ่ายพันธมิตร แต่ถูกเครื่องบินสหรัฐทิ้งระเบิด ทำให้ตัวปราสาทถูกทำลายไป หลังสงครามมีการใช้ปราสาทแห่งนี้เป็น มหาวิทยาลัยริวกิว แต่ภายหลังย้ายมหาวิทยาลัย ไปตั้งที่อื่น และทำการสร้างปราสาทแห่งนี้ใหม่ทับที่เดิม บางส่วนได้เปิดเป็นสวนสาธารณะครั้งแรกในปี 1992 และได้รับการบัณทึกเป็นมรดกโลก ในปี 2000 บริเวณโดยรอบปราสาทนี้ยังมีโบราณสถานอีกหลายแห่งเช่น หลุมฝังศพกษัตริย์และวัดประจำราชวงศ์
ปราสาทชูริ นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรริวกิวแล้ว ยังเป็นการแสดงถึงการติดต่อกับนานาประเทศรวมทั้ง ประเทศสยามด้วย เพราะมีการขุดพบไหและเศษเครื่องปั้นดินเผาจากไทยเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณปราสาทและวัดใกล้เคียง ไหที่พบเป็นไหสี่หูสีน้ำตาลดำเคลือบมันมีหลายขนาด ความสูงตั้งแต่ 8-55 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางปากไหมีตั้งแต่ 7-25 เซนติเมตร ส่วนเศษเครื่องปั่นดินเผาเป็นฝาหม้อดินจำนวนมากแต่ไม่ค่อยพบส่วนตัวหม้อ การที่พบเศษไหไทยเป็นจำนวนมากสันนิษฐานกันว่าไหของไทยถูกใช้ในพิธีทางศาสนาของริวกิว อาจจะเอาไว้ใส่เหล้าซึ่งใช้ในพิธีบวงสรวงเทพเจ้า ในเอกสารของริวกิวเองก็มีหลายชิ้นที่พูดถึงเหล้าจากสยาม ไหเหล่านี้เดิมจึงน่าจะเป็นภาชนะใส่เหล้าซึ่งเรือริวกิวนำมาจากสยาม
ที่มา: หน้านี้กู้คืนจากสำเนาเว็บไซต์เดิมใน Internet Archive (9 สิงหาคม 2559)
