โทร 02 294 5857

หน้าแรก › ทริปการท่องเที่ยว › แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิบ › เที่ยวเวียดนาม ธรรมชาติสุดตระการตา…

เที่ยวเวียดนาม ธรรมชาติสุดตระการตา และสัมผัสกับวิถีชีวิตชนกลุ่มน้อย

เผยแพร่เมื่อกรกฎาคม 2558

เที่ยวเวียดนาม ธรรมชาติสุดตระการตา และสัมผัสกับวิถีชีวิตชนกลุ่มน้อย
ซาปา...ดินแดนที่อยู่หางไกล อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าดงพงไพรชวนให้สำรวจ นักเดินทางที่หาญกล้าฝ่าภูมิประเทศและเส้นทางอันตราย จะได้รางวัลเป็นทิวทัศน์สุดตระการตาและสัมผัสกับวิถีชีวิตชนกลุ่มน้อย
“เมืองซาปา” จ.หล่าวกาย ประเทศเวียดนาม ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทุ่งนาสวรรค์ ถูกยกให้เป็นเพชรน้ำงามแห่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
เพราะเมืองนี้มีการทำนาขั้นบันไดในวิถีดั้งเดิมที่ชาวนา
จะปลูกข้าวไปตามภูมิประเทศของขุนเขาที่ลดหลั่นกันไป ทุ่งนาขั้นบันไดอันกว้างใหญ่ตระการตาแห่งเมืองซาปาได้ชื่อว่างดงามนัก งดงามปานประหนึ่งดินแดนแห่งเทพนิยาย
ชาวเผ่าม้งดำที่อาศัยอยู่เมืองซาปา แม้การท่องเที่ยวของเมืองนี้จะได้รับความนิยมมาก แต่บรรยากาศแบบพื้นบ้านก็ยังมีอยู่
ซาปามีประชากรเป้นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยุ่มากที่สุด
ในประเทศเวียดนาม ที่นี่จึงเหมาะมาทำความรู้จัก
และเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวเขาเผาต่างๆ
ซาปามีประชากรประมาน 36,000คน
ในจำนวนนี้เป็นคนกลุ่มน้อยถึง15%
โดยมีชาวม้งอยู่มากกว่าครึ่ง
ชาวม้งดำทั้งชายและหญิงในแถบนี้จะสวมเสื้อผ้า
สีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำ สีน้ำเงินเข้มนี้ได้มาจาก
ต้นคราม จึงมักเห็นไร่ครามปลูกอยู่ใกล้บริเวณหมู่บ้านม้ง
เกร็ดความรู้ เวลาซื้อเสื้อย้อมครามของชาวเขามาใส่ อย่าลืมว่าสีย้อมของเสื้อผ้าเหล่านี้ยังไม่อยู่ตัวเวลาจัดกระเป๋า อย่าลืมนำเสื้อผ้าเหล่านี้ใส่ถุงพาสติกก่อน ไม่อย่างนั้นเสื้อผ้าตัวอื่นอาจเปื้อนสีที่ใช้ยอมได้ ก่อนจะนำไปใส่ให้แช่และซักในน้ำเกลือก่อน สีจะได้ไม่ตก
ฮานอย...แม้จะมีความเป็นมาที่ซับซ้อนยาวนาน แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังของโลกยุคใหม่ ถึงพร้อมด้วยศักยภาพที่มีอยู่มากมาย ฮานอยจึงนับว่าเป็นเมืองที่น่าเที่ยว และได้สัมผัสกับเวียดนามในศตวรรษที่21
เมือเทียบกับอายุเมืองอื่นของเวียดนามแล้ว กรุงโฮจิมินห์ นั้นเรีกได้ว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างใหม่ เพราะเพิ่งจะฉลองครบรอบ300ปี ไปเมือปี1998นี้เอง แต่ถึงกระนั้นตัวเมืองก็มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมองให้เห็นถึงหลักฐานย้ำเตือนให้ระลึกถึงเรื่องราวในอดีตที่มีอยู่ทั่วไป
สุสานโฮจิมินห์ อาคารมหึมาน่าประทับใจ สร้างด้วยหินอ่อนและแกรนิต ตั้งอยู่จตุรัสบาดิ่ง ซึ่งเป็นที่ที่โฮจิมินห์อ่านคำประกาศอิสรภาพในปี 1945 ศพอาบน้ำยาของเขาทอดกายอยู่มนโรงแก้วภายในสุสาน
ที่จริงแล้วขัดกับความประสงค์ก่อนตายของเขาที่ต้องการให้เผา
แล้วนำเถากระดูกไปโปรยในภาคเหนือ กลาง และใต้ของประเทศ
หากจะไปชมในช่วงปลายฝนต้นหนาว ขอให้สอบถามก่อนว่าร่างเขายังอยู่มนสุสนหรือไม่ เพราะลือกันว่าในช่วงนั้นๆของทุกปี เขาจะถูกส่งไปรัสเซียนานสามเดือนเพื่ออาบน้ำยาใหม่ ร่างของโฮจิมินห์นอนสงบนิ่งอยู่มนชุดเครื่องแบบสีกากีที่คุ้นตา มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โลงแก้วตั้งอย่บนแท่นในห้องที่ทั้งมืดและเย็น การที่ชาวเวียดนามยังคงรักและเคารพโฮจิมินห์อย่างไม่เสื่อมคลายเป็นความน่าประทับใจเมื่อได้เห็น อย่าลืมรอชมการเปลี่ยนผลัดทหารรักษาการณ์ด้านนอก เพราะพิธีดูอลังการมิใช่น้อย โฮจิมินห์เสียชีวิตในปี1969 วันเดียวกับวันอ่านคำประกาศอิสรภาพของเขานั้นเอง

สนใจเดินทาง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรมทัวร์เวียดนาม

ที่มา: หน้านี้กู้คืนจากสำเนาเว็บไซต์เดิมใน Internet Archive (16 สิงหาคม 2558)